ผลกระทบของการบริหารจัดการและภาวะผู้นำของบุคลากรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสิ

ผลกระทบของการบริหารจัดการและภาวะผู้นำของบุคลากรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์

Address: 62/1 ถ.เกษตรสมบูรณ์ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000
Organization : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์


Address: 62/1 ถ.เกษตรสมบูรณ์ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000
Organization : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์
Description
Abstract: บทคัดย่อ ความเจริญก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางการเมือง สังคม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ มีผลให้การบริหารจัดการองค์กรในปัจจุบันต้องเปลี่ยนแปลงไป สืบเนื่องจากผลกระทบในการดำเนินงานของที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าและเจริญเติบโตในอนาคต ปัจจัยหนึ่งของการบริหารจัดการภายใต้ภาวะการณ์เปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องมีผู้บริหารที่มีภาวะของผู้นำซึ่งมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ การวางแผน และการรับผิดชอบต่อความอยู่รอดขององค์กร ส่งผลให้ผู้นำจำเป็นต้องมุ่งเน้นที่จะแสวงหากระบวนการ หรือวิธีการบริหารใหม่ ๆ ที่มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร ทั้งนี้เพราะการบริหารองค์กรในปัจจุบัน ปัจจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญและผลกระทบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวมากกว่าบทบาทของผู้บริหาร เป็นผลให้การตัดสินใจและการใช้ดุลยพินิจของผู้บริหารต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร ดังนั้น ผู้วิจัยได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้ศึกษาวิจัย เกี่ยวกับผลกระทบของการบริหารจัดการ และภาวะผู้นำของบุคลากรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลบุคลากร ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ จำนวน 48 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ F-test การวิเคราะห์สหสัมพันธ์พหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า บุคลากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 30-40 ปี สถานภาพสมรส ระดับการศึกษาปริญญาโท ประสบการณ์ในการทำงานเป็นเวลา 11-15 ปี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,000-30,000 บาท ตำแหน่งงานหัวหน้างานหรือหัวหน้าสาขา บุคลากรมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการโดยรวมและเป็นรายด้านทุกด้านอยู่ ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านการวางแผน ด้านการจัดองค์การ ด้านการนำ และด้านการควบคุม บุคลากรมีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้นำโดยรวมและเป็นรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านความมีพลัง ด้านความเป็นผู้นำ ด้านความซื่อสัตย์และจริยธรรม ด้านความเชื่อมั่น ในตนเอง ด้านความเฉลียวฉลาด และด้านความรอบรู้ในงาน และบุคลากรมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรโดยรวมและเป็นรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านเน้นให้บุคลากรรู้จักวิเคราะห์ในรายละเอียดต่าง ๆ ของงานที่ทำ ด้านมุ่งที่ผลงานมากกว่าวิธีปฏิบัติ ด้านการให้ความสำคัญกับบุคลากร ด้านการทำงานเป็นทีม ด้านเน้นการทำงาน ในเชิงรุกมากกว่าออมชอม ด้านเน้นรักษาสถานะภาพเดิมขององค์กร และด้านเน้นส่งเสริมในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ บุคลากรที่มีเพศ และประสบการณ์ในการทำงานแตกต่างกัน มีความคิดเห็นด้วยเกี่ยวกับ การบริหารจัดการ ด้านความมีพลังแตกต่างกัน บุคลากรที่มีอายุ และประสบการณ์ในการทำงานแตกต่างกัน มีความคิดเห็นด้วยเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ด้านการวางแผนแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 บุคลากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานแตกต่างกัน มีความคิดเห็นด้วยเกี่ยวกับการภาวะผู้นำโดยรวม ด้านความมีพลัง ด้านความเป็นผู้นำ ด้านความเชื่อมั่นในตนเอง ด้านความเฉลียว ฉลาด และด้านความรอบรู้ในงาน แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 บุคลากรที่มีอายุและประสบการณ์ในการทำงานแตกต่างกัน มีความคิดเห็นด้วยเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านการทำงานเป็นทีมแตกต่างกัน และบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานแตกต่างกัน มีความคิดเห็นด้วยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรโดยรวม ด้านเน้นให้บุคลากรรู้จักวิเคราะห์ในรายละเอียดต่าง ๆ ของงานที่ทำ ด้านมุ่งที่ผลงานมากกว่าวิธีปฏิบัติ ด้านการให้ความสำคัญกับบุคลากร ด้านเน้นรักษาสถานะภาพเดิมขององค์กร และด้านเน้นส่งเสริมในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การบริหารจัดการ ด้านการวางแผน มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรโดยรวม เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า (1) ด้านการควบคุม มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านเน้นให้บุคลากรรู้จักวิเคราะห์ในรายละเอียดต่าง ๆ ของงานที่ทำ (2) ด้านการวางแผน มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านมุ่งที่ผลงานมากกว่าวิธีปฏิบัติ (3) ด้านการวางแผน และการควบคุม มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านการให้ความสำคัญกับบุคลากร (4) ด้านการควบคุม มีความสัมพันธ์และผลกระทบ เชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรด้านการทำงานเป็นทีม (5) ด้านการวางแผน มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านเน้นการทำงาน ในเชิงรุกมากกว่าออมชอม (6) ด้านการวางแผน มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านเน้นรักษาสถานะภาพเดิมขององค์กร และ (7) ด้าน การวางแผน มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านเน้นส่งเสริมในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ภาวะผู้นำ ด้านความเป็นผู้นำ ความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรโดยรวม เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า (1) ด้านความมีพลัง และด้านความรอบรู้ มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านเน้นให้บุคลากรรู้จักวิเคราะห์ในรายละเอียดต่าง ๆ ของงานที่ทำ (2) ด้านความเป็นผู้นำ มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านมุ่งที่ผลงานมากกว่าวิธีปฏิบัติ (3) ด้านความเป็นผู้นำ และการควบคุม มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านการให้ความสำคัญกับบุคลากร (4) ด้านความเป็นผู้นำ มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรด้านการทำงานเป็นทีม (5) ด้านความเป็นผู้นำ มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านเน้น การทำงานในเชิงรุกมากกว่าออมชอม (6) ด้านความซื่อสัตย์ มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านเน้นรักษาสถานะภาพเดิมขององค์กร และ (7) ด้านความเป็นผู้นำ มีความสัมพันธ์และผลกระทบเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ด้านเน้นส่งเสริมในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยสรุป การบริหารจัดการ และภาวะผู้นำของบุคลากร เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญใน การพัฒนา และสร้างวัฒนธรรมที่ดีขององค์กร ในการที่จะนำไปใช้วางแผนควบคุมการบริหารงาน รวมทั้งใช้เป็นแนวทางในการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายขององค์กร อันจะก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจต่อการปฏิบัติงานและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างดีที่สุด เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ
Publisher
Rajamangala University of Technology Kalasin Campus

Address: Kalasin Campus
Email: suchada.su@rmuti.ac.th
Date
Created: 27/1
Modified: 2555-12-28
Issued: 2555-12-27
Type
งานวิจัย/Research report
Format
application/msword
Language
tha
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อีสาน
RightsAccess:

การศึกษาความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำเหนือผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี
Title Alternative
A Study of Need for Development Superleadership of the Administers School under the Office of Chantaburi Educational Service Area

Classification :.DDC: วจ 371.201
Description
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำเหนือผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรีและเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำเหนือผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรีจำแนกตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1 และเขต 2 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 132 คน ได้มาโดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) และการสุ่มตามระดับชั้น (Stratified Random Sampling) ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียนที่มีประสบการณ์มาก จำนวน 66 คน และประสบการณ์น้อย 66 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม และเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ตามแบบของลิเคอร์ท (Likert’s Scale) สอบถามเกี่ยวกับความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำเหนือผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี จากนั้นนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( X ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test)
Abstract: The purpose of this research was studied of need for development superleadership of the administers school under the office of Chantaburi Educational Service Area and compared need for development superleadership of the administers school under the Office of Chantaburi Educational Service Area in the status of the samples. The samples of this research were 132 the administers school under the office of Chantaburi Educational Service Area 1 and 2 by Krejcie and Morgan tables and stratified random sampling. There were 66 high experience and 66 low experience. The questionnaires were the status of the sample and rating scales about need for development superleadership of the administers school under the office of Chantaburi Educational Service Area.
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: จันทบุรี
Email: library@rbru.ac.th
Date
Created: 2553
Modified: 2556-07-11
Issued: 2556-07-11
Type
งานวิจัย/Research report
Format
application/pdf
Language
tha
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี

การศึกษาความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง จันทบุรี และตราด
Title Alternative
A Study of need for development strategic leadership of Administrators School under the Office of Rayong Chanthaburi and Trat Primary Educational Service Area



Classification :.DDC: วจ 371.201
Description
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาภาวะ ผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง จันทบุรี และตราด จำแนกตามประสบการณ์ในการปฏิบัติงานของผู้ตอบแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาระยอง เขต 1 , ระยอง เขต 2 , จันทบุรี เขต 1 , จันทบุรี เขต 2 และตราด ปีงบประมาณ 2554 จำนวน 234 คน ได้มาโดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี,และ มอร์แกน (Krejcie and Morgan. 1990 : 608) และการสุ่มตามระดับชั้น (Stratified Random Sampling) ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกเป็นประสบการณ์น้อย จำนวน 116 คน คิดเป็นร้อยละ 49.57 ประสบการณ์มาก จำนวน 118 คน คิดเป็นร้อยละ 50.43 เครื่องมือที่ใช้ในการ เก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และ แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ตามแบบของลิเคอร์ท (Likert’s Scale) สอบถามเกี่ยวกับ ความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งมีค่าความเชื่อมัน, เท่ากับ .89 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Χ ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง จันทบุรี และตราด โดยรวมและ รายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อยสามลำดับคือ การมีความสามารถในการ รวบรวมข้อมูลต่างๆ มากำหนดกลยุทธ์ได้ การกำหนดวิสัยทัศน์ และการมีความสามารถในการ พยากรณ์และกำหนดอนาคตได้ 2) ความต้องการในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง จันทบุรีและตราด จำแนกตาม ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
Abstract: The purposes of this research were studied and compare development Strategic leadership of administrators school under the Office of Rayong Chanthaburi and Trat Primary Educational Service Area in the experience of the samples. The samples of this research were 234 the administers school under Office of Rayong Chanthaburi and Trat Primary Educational Service Area by Krejcie and Morgan tables and stratified random sampling. There were 118 high experience and 116 low experience. The questionnaires were the experience of the samples and rating scales about need for development Strategic leadership of administrators school under the Office of Rayong Chanthaburi and Trat Primary Educational Service Area. The analysis for % , Χ , S.D. , t-test The following major results of the study have been revealed. 1) need for development Strategic leadership of administrators school under the Office of Rayong Chanthaburi and Trat Primary Educational Service Area were high levels arrange from much to low were gathering multiple inputs formulate strategy, creating a vision and anticipating and creating a future.2) Need for development Strategic leadership of administrators school under the Office of Rayong Chanthaburi and Trat Primary Educational Service Area compared by experience was not significant.
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: จันทบุรี
Email: library@rbru.ac.th
Date
Created: 2554
Modified: 2557-07-22
Issued: 2557-07-22
Type
งานวิจัย/Research report
Format
application/pdf
Language
tha
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
RightsAccess:

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สารสนเทศที่โรงเรียนวัดอ้อมน้อยใช้ โปรแกรม E MIS

ภาวะผู้นำ (Leadership)